แรงจูงใจของเจ้าของ เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

หวยหุ้นไทย เล่นหุ้นออนไลน์ เซียนหุ้น แนะนำการเล่นหุ้น มือใหม่ รวยเร็ว
ในการวิเคราะห์หุ้นเพื่อ การลงทุนแบบ VI นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ การวิเคราะห์ถึงแรงจูงใจ ของเจ้าของหรือผู้บริหาร เกี่ยวกับหุ้นที่เรากำลังดูอยู่ . เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญ ต่อการแบ่งสรรกำไรระหว่างเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นรายย่อยห รือนักลงทุน พูดง่าย ๆ เป็นเรื่องของ ผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะได้รับ จากกิจการและตัวหุ้น บางคนอาจจะ คิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ การบริหารบริษัทอยู่แล้ว แต่จริง ๆ ไม่ใช่ . เจ้าของหรือผู้บริหารเป็นคนที่คุมอำนาจ นการตัดสินใจและ “คุมเกม” ที่จะทำให้ผลประโยชน์นั้นตกอยู่กับ ตนเองมากที่สุด ถ้าผลประโยชน์ สูงที่สุดของเขาตรงกับผลประโยชน์ ของนักลงทุน นั่นก็คือสิ่งที่ดี แต่ถ้าผลประโยชน์ของเขาคือ ผลเสียของนักลงทุนรายย่อย การเข้าไปเล่นหุ้นแบบนี้ก็ต้อง พิจารณาให้ลึกซึ้งขึ้น . ลองมาดูตัวอย่างที่ผมเคยพบมา เรื่องแรก บริษัทเป็นกิจการขนาดเล็ก ที่มีผลการดำเนินงานดี มีทรัพย์สินมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัท มีเงินสดค่อนข้างมากขณะที่ไม่มีหนี้ จากการกู้ยืม ปีแล้วปีเล่า บริษัทจ่ายปันผลค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับกำไรที่ทำได้ทั้ง ๆ ที่ กิจการของบริษัทก็ไม่ได้ขยายงาน อะไรนักและก็ไม่ใช่กิจการที่ต้อง ลงทุนมาก ผู้ถือหุ้นรายย่อย ต่างก็อยากให้บริษัทจ่ายปันผล ให้มากขึ้นแต่ดูเหมือนว่าผู้บริหาร ก็ไม่ใคร่สนใจจะทำ ตรงกันข้าม ผู้บริหารกลับเสนอให้บริษัทออก ESOP หรือออกหุ้นราคาต่ำเสนอ ให้กับผู้บริหารและพนักงาน . ดูเหมือนว่าจะมีความพยายาม “โอน” ความมั่งคั่งจากผู้ถือหุ้น สู่ผู้บริหารที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ ผมลองวิเคราะห์ดูก็พบว่า บริษัทนี้มีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็น คนที่ร่ำรวยมาก มีกิจการอื่น ที่ใหญ่โตอยู่นอกตลาดหุ้น มีพนักงานมากมายที่เป็น คนเก่าแก่ที่เขาต้องดูแลและ รักษาเอาไว้โดยการให้ ผลตอบแทนที่ดี สำหรับเจ้าของรายนี้ ความมั่งคั่งของเขาที่มีอยู่ ในบริษัทจดทะเบียนที่กล่าวถึง นี้คิดเป็นสัดส่วนน้อยมาก ดังนั้น เขาจึงไม่ใคร่สนใจที่จะต้องได้ รับผลประโยชน์มากมายจากบริษัท . ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็ส่งคน เข้าไปเป็นกรรมการและ/หรือ ผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียน คนเหล่านี้บางคนก็ยังทำงาน ในบริษัทส่วนตัวของเขาอยู่ ดังนั้น ผมจึงสงสัยว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่อาจจะไม่ได้ ต้องการเงินปันผลมากนัก แต่เขาอาจจะต้องการใช้ บริษัทนี้เป็นแหล่งให้ผลประโยชน์ แก่ลูกน้องของเขาผ่านเงินเดือน เบี้ยประชุม หรือแม้แต่ ESOP มากกว่า . เรื่องที่สอง เช่นเดิม บริษัทเป็นกิจการที่ดีมาก มีกำไรสูงมาตลอด มีเงินสดเหลือล้น และการลงทุนเพิ่มก็ไม่ได้มีมากนัก แต่บริษัทก็จ่ายปันผลน้อยมาก สืบดูแล้วพบว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ ของบริษัทนั้นเป็นสถาบันที่ “ไม่มีเจ้าของ” การบริหารงาน และการตัดสินใจต่าง ๆ อยู่ในมือของผู้บริหาร ดังนั้น แรงจูงใจที่จะจ่ายปันผลมาก ดูเหมือนว่าจะไม่มี ต่อมามีการ Take Over หรือครอบงำกิจการ โดยบุคคลซึ่งรวมถึงผู้บริหารด้วย หลังจากการเปลียนแปลง ผู้ถือหุ้นใหญ่กลายเป็นกิจการที่ “มีเจ้าของ” แล้ว บริษัทก็ประกาศ จ่ายปันผลอย่าง “มโหฬาร” แรงจูงใจเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ . กรณีที่สาม บริษัทนี้เป็นกิจการ เก่าแก่ กิจการของบริษัทหรือ ที่จริงน่าจะเรียกว่ากลุ่มบริษัทนั้น หลายอย่างอาจจะเรียกว่า อยู่ในอุตสาหกรรม “ตะวันตกดิน” อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีการ ขยายงานไปในอุตสาหกรรม ที่กำลังรุ่งเรืองเช่นกันทั้งใน และต่างประเทศ ถ้ามองจาก ทรัพย์สินและผลการดำเนินงาน รวมถึงปันผลที่ค่อนข้าง “สม่ำเสมอในแง่ของเม็ดเงิน” ผมคิดว่าหุ้นนี้เป็นหุ้นที่ “ถูกมาก” ตัวหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนก็แทบไม่เคยได้รับ “รางวัล” อะไรเลยจากการที่ บริษัทมีกำไรดีหรือดีมากในบางปี ดูเหมือนว่าผู้ถือหุ้นรายย่อย กำลังถือหุ้นที่คล้าย ๆ กับหุ้นกู้ ที่ได้ดอกเบี้ยในอัตราที่พอสมควร . ซึ่งจากการสังเกตของผมก็ ดูเหมือนว่าผู้ถือหุ้นที่มักจะถือ มายาวนานก็พอใจ ในด้านขอ งบริษัทเองนั้น บริษัทแทบไม่เคย ให้ข่าวกับสื่อมวลชนเลย ดูเหมือนว่าบริษัทจะไม่สนใจว่า ราคาหุ้นจะเป็นอย่างไร ว่าที่จริง บริษัทอาจจะไม่ต้องการให้หุ้น มีราคาสูงขึ้นด้วยซ้ำ เพราะราคาที่สูงขึ้นอาจจะ ทำให้เกิดความคาดหวังที่สูงขึ้น กับนักลงทุน ดังนั้น ผมสรุปว่า แรงจูงใจของเจ้าของในกรณีนี้ ไม่ใช่อยู่ที่ปันผลที่มากขึ้น หรือราคาหุ้นที่สูงขึ้น แต่อาจจะเป็นอะไรที่ผมไม่รู้ นักลงทุนที่เจอสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไร . กรณีที่สี่ นี่เป็นกิจการของ นักธุรกิจที่นักเล่นหุ้นโดยเฉพาะ ที่เป็น “ขาใหญ่” ในตลาดบอกว่า “เขี้ยว” จัด นั่นก็คือ เข้าไปเล่นด้วยลำบาก เพราะจะถูก “กิน” ชื่อเสียงของ เจ้าของดูเหมือนจะไม่ดีเลย ในสายตาของนักเล่นหุ้น ทั้งรายใหญ่และรายย่อย ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะ วิธีและกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจ ที่มักถูกวิจารณ์จากสื่อว่าไม่เป็นธรรม กับคู่ค้าที่อ่อนแอกว่ามากทำให้ ชื่อเสียงโดยทั่วไปไม่ดีนัก แต่เหตุผลหลักน่าจะอยู่ที่ ราคาหุ้นของบริษัทที่มักจะ ขึ้นไปได้ไม่เท่าไรแล้วก็ลง และในกระบวนการนั้นมักทำให้ นักเล่นหุ้นขาดทุน อย่างไรก็ตาม . กิจการในกลุ่มของเจ้าของรายนี้ มักจ่ายปันผลค่อนข้างดีเมื่อมีกำไร นอกจากนั้น บริษัทในกลุ่มมักจะ มีการประชาสัมพันธ์ทั้งในด้าน ของกิจการและผลการดำเนินงาน อย่างทั่วถึงและกว้างขวาง ดูเหมือนว่าผู้บริหารอยากจะให้ หุ้นมีราคาสูงขึ้นสะท้อน ผลการดำเนินงานเต็มที่ ข้อสรุปของผมก็คือ อดีตจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ ณ. ขณะนี้ ดูเหมือนแรงจูงใจ ของเจ้าของจะเน้นที่ผลประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นเต็มที่ เขาคงคิดแล้วว่า นี่คือวิธีที่จะสร้างความมั่งคั่ง ให้ตนเองได้สูงสุดแทนที่ จะไป “กิน” ด้วยวิธีอื่น . กรณีสุดท้ายที่ผมจะพูดถึง ก็คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นเยอะมาก นี่ก็คือกรณีที่เจ้าของกิจการ บริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพต่ำพยายาม ตักตวงผลประโยชน์จากสถานะ ของการเป็นหุ้นที่ซื้อขายในตลาด เจ้าของหุ้นเหล่านี้ มักจะ “ไซฟ่อน” หรือใช้เงินของบริษัทเพื่อตัวเอง เป็นปกติอยู่แล้วผ่านกระบวนการ หลาย ๆ อย่าง เช่นการซื้อทรัพย์สิน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงที่โอกาสอำนวย เช่นในช่วงที่ธุรกิจเป็น “ขาขึ้น” หรือตลาดหุ้นกำลังร้อนแรง เขาก็จะ “สร้างสถานการณ์ “ ซึ่งมักจะรวมถึงการสร้างตัวเลข ผลงานให้ดูดี หรือประกาศ การขยายงานหรือทำกิจการใหม่ ที่น่าตื่นเต้นเพื่อกระตุ้นราคาหุ้น ให้ขึ้นไปสูงซึ่งเขาก็จะสามารถ ขายทำกำไร ในขณะที่นักเล่นหุ้น ต้องขาดทุนเมื่อราคาหุ้นตกลงมา หลังจากเรื่องดี ๆ ที่ปล่อยออกมา นั้นหมดไปและบริษัทกลับมาอยู่ ในสถานะที่ “ไร้คุณภาพ” อีกครั้งหนึ่ง . และทั้งหมดนั้นก็คือตัวอย่าง บางเรื่องของการวิเคราะห์ แรงจูงใจของเจ้าของและผู้บริหาร หน้าที่ของ VI ก็คือ ดูว่าพวกเขา มีแรงจูงใจที่เอื้ออำนวยหรือขัดแย้ง กับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย อย่างเราหรือไม่ ถ้าตรงกันก็เป็นผลบวก ต่ถ้าขัดแย้งกับผลประโยชน์ ของเรามากก็ต้องระวัง บางทีอาจต้องหลีกเลี่ยงเลย
หุ้นไทย ศูนย์กลางเซียนหุ้น หวยหุ้นวันนี้ มือใหม่เล่นหุ้น หุ้นเด่น โบรกเกอร์หุ้น เปิดพอร์ตหุ้น บริการครบวงจร ครบครันมากที่สุด
ศูนย์กลางหุ้นไทย หวยหุ้น เซียนหุ้น หุ้นเด่นวันนี้ มือใหม่เล่นหุ้น หุ้นเด่นวันนี้ หุ้นต่างประเทศ หุ้นเทคนิค หุ้นปันผล หุ้นพื้นฐาน นักวิเคราะห์หุ้น เซียนหุ้น ข่าวหุ้น แนวโน้มเศรษฐกิจ หุ้นระยะยาว กองทุนทองคำ กองทุนหุ้น กองทุนอสังหา พร้อมแนะนำโบรกเกอร์หุ้น เปิดพอร์ตหุ้น บริการครบวงจร คำเตือนการลงทุนมีความเสี่ยง ผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งหมดที่ซื้อขายอยู่ในอัตรากำไรขั้นต้นมีความเสี่ยงสูงต่อเงินทุนของคุณ อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกรายและคุณอาจสูญเสียมากกว่าเงินฝากเริ่มต้นของคุณ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องและหาคำแนะนำที่เป็นอิสระหากจำเป็น GKFXPrime ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รายละเอียดของคุณจะไม่ถูกเปิดเผยและอยู่ภายใต้การคุ้มครอง